🛡️ แผนความปลอดภัย 12 ขั้นตอน

ความปลอดภัยมือถือสำหรับเด็ก: 12 การตั้งค่าสำคัญที่ผู้ปกครองต้องตรวจสอบ

การให้สมาร์ทโฟนแก่ลูกไม่ได้มีเพียงแค่การจำกัดเวลาหน้าจอ นี่คือ 12 ขั้นตอนความปลอดภัยที่สำคัญบน Android และ iPhone เพื่อขจัดความเสี่ยงไซเบอร์ ค่าใช้จ่ายแอบแฝง และการรั่วไหลของตำแหน่ง

✍️ SmartFamilyEye แผนกความปลอดภัยไซเบอร์และการคุ้มครองเด็ก
📅 24 ตุลาคม 2026
⏱️ อ่าน 11 นาที
🏷️ ความปลอดภัยดิจิทัลและการตั้งค่าอุปกรณ์
ผู้ปกครองและเด็กกำลังตรวจสอบและตั้งค่าความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวบนสมาร์ทโฟนร่วมกันที่โต๊ะในบ้าน
📷 การสละเวลา 15 นาทีเพื่อตั้งค่า 12 ข้อนี้ก่อนส่งมอบโทรศัพท์ให้ลูก จะช่วยป้องกันภัยไซเบอร์ การถูกติดตามตำแหน่ง และบิลค่าบริการที่ไม่คาดคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การมอบสมาร์ทโฟนให้เด็กเปรียบเสมือนการยื่นกุญแจสู่โลกดิจิทัลอันไร้ขอบเขต แม้พ่อแม่ส่วนใหญ่จะใส่ใจเพียงว่า "วันนี้เล่นไปกี่ชั่วโมง" แต่อันตรายที่แท้จริงมักซ่อนอยู่ในการตั้งค่าเริ่มต้นจากโรงงาน: การแอบฟังผ่านไมโครโฟนในเบื้องหลัง, การระบุพิกัด GPS บ้านพักลงในข้อมูลรูปถ่าย (EXIF), การกดซื้อของในเกมโดยไม่มีรหัสผ่าน และการรับไฟล์ AirDrop หรือ Bluetooth จากคนแปลกหน้า งานวิจัยด้านความปลอดภัยไซเบอร์ระบุว่าโทรศัพท์ของเด็กกว่า 82% ใช้งานด้วยการตั้งค่าโรงงานโดยไม่มีการปรับแต่งความปลอดภัย นี่คือคู่มือ 12 การตั้งค่าสำคัญบน Android และ iPhone ที่พ่อแม่สามารถตรวจสอบให้เสร็จได้ใน 15 นาที

สรุปความปลอดภัยด่วนสำหรับผู้ปกครอง

ทำไมการตั้งค่าเริ่มต้นจากโรงงานจึงไม่ปลอดภัยสำหรับเด็ก?

สมาร์ทโฟนถูกออกแบบมาเพื่อความสะดวกของผู้ใหญ่ การปกป้องเด็กจึงจำเป็นต้องปรับแต่งเป็นพิเศษ

82%
มือถือเด็กที่ยังใช้ค่าเริ่มต้นโรงงาน
12 การตั้งค่า
เกราะป้องกันความเป็นส่วนตัวที่สำคัญ
15 นาที
เวลาที่ใช้ในการตรวจสอบและตั้งค่า
100%
ความอุ่นใจเต็มเปี่ยมด้วย SmartFamilyEye
ขั้นตอนทีละขั้น

ความปลอดภัยมือถือสำหรับเด็ก: 12 การตั้งค่าสำคัญที่ผู้ปกครองต้องตรวจสอบ

01

การล็อกหน้าจอที่รัดกุมและรหัส PIN สำรองที่เป็นความลับ

⚠️ ความเสี่ยงวิกฤต
❓ ทำไมข้อนี้ถึงสำคัญ?

เด็กๆ มักลืมโทรศัพท์ไว้ที่โรงเรียนหรือสนามเด็กเล่น การใช้รูปแบบการลากที่เดาง่าย (เช่น รูปตัว Z) หรือปีเกิด ทำให้ผู้อื่นปลดล็อกเครื่องได้ทันที

🤖

Android

การตั้งค่า > ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว > การล็อกหน้าจอ > ตั้งรหัส PIN 6 หลักหรือรหัสผ่านที่ซับซ้อน เปิดใช้งานลายนิ้วมือหรือสแกนใบหน้า

🍏

iPhone (iOS)

การตั้งค่า > Face ID และรหัส > เปิดใช้รหัส > กำหนดรหัสตัวเลข 6 หลัก หลีกเลี่ยงรหัสที่เดาง่าย เช่น \"1234\"

💡
เคล็ดลับสำหรับผู้ปกครอง: สอนลูกว่ารหัสปลดล็อกเปรียบเสมือนกุญแจบ้าน เป็นของส่วนตัวและต้องไม่บอกเพื่อนที่โรงเรียนเด็ดขาด
02

จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงกล้องและไมโครโฟน

⚠️ ความเสี่ยงสูง
❓ ทำไมข้อนี้ถึงสำคัญ?

แอปไฟฉาย เกม หรือฟิลเตอร์แต่งภาพทั่วไปอาจแอบฟังเสียงสภาพแวดล้อมหรือเปิดกล้องบันทึกภาพในเบื้องหลังโดยไม่รู้ตัว

🤖

Android

การตั้งค่า > ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว > ตัวจัดการสิทธิ์ > กล้องและไมโครโฟน > เลือก \"อนุญาตเฉพาะขณะใช้แอปเท่านั้น\" สำหรับแอปที่จำเป็น

🍏

iPhone (iOS)

การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย > ไมโครโฟนและกล้อง > ปิดสวิตช์สีเขียวสำหรับเกมและแอปเครื่องมือที่ไม่จำเป็น

💡
เคล็ดลับสำหรับผู้ปกครอง: สอนลูกว่าจุดสีเขียวหรือสีส้มที่มุมบนหน้าจอแสดงว่ากำลังมีการเปิดใช้งานกล้องหรือไมโครโฟนอยู่
03

ปิดการระบุตำแหน่งที่แม่นยำและแท็ก EXIF บนภาพถ่าย

⚠️ ความเสี่ยงวิกฤต
❓ ทำไมข้อนี้ถึงสำคัญ?

เมื่อเปิดแท็กตำแหน่งในกล้อง ทุกภาพที่ถ่ายจะบันทึกพิกัด GPS ของบ้านหรือโรงเรียนลงในไฟล์รูปภาพ (EXIF) ซึ่งจะเปิดเผยตำแหน่งเมื่อโพสต์ออนไลน์

🤖

Android

เปิดแอปกล้อง > ไอคอนการตั้งค่า > ปิด \"แท็กตำแหน่งที่ตั้ง\" จากนั้นไปที่ การตั้งค่า > ตำแหน่ง > สิทธิ์แอป เพื่อปิดสิทธิ์ตำแหน่งของโซเชียลมีเดียและเกม

🍏

iPhone (iOS)

การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย > บริการตำแหน่งที่ตั้ง > กล้อง > เลือก \"ไม่เลย\"

💡
เคล็ดลับสำหรับผู้ปกครอง: อย่าอนุญาตสิทธิ์ตำแหน่งแบบ \"ตลอดเวลา\" แก่แอปเกมหรือโซเชียลใดๆ นอกจากแอปความปลอดภัยครอบครัวหรือแผนที่จำเป็น
04

ล็อกการซื้อในแอปและการยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริก

⚠️ ความเสี่ยงทางการเงิน
❓ ทำไมข้อนี้ถึงสำคัญ?

การแตะเพียงครั้งเดียวโดยไม่ตั้งใจเพื่อซื้อเพชร สกิน หรือไอเทมในเกม อาจหักเงินจากบัตรเครดิตของผู้ปกครองหลายพันบาทในเวลาไม่กี่วินาที

🤖

Android

Google Play Store > รูปโปรไฟล์ > การตั้งค่า > การยืนยันตัวตน > \"ต้องยืนยันตัวตนก่อนซื้อ\" > เลือก \"สำหรับการซื้อทั้งหมดผ่าน Google Play\"

🍏

iPhone (iOS)

การตั้งค่า > เวลาหน้าจอ > การจำกัดเนื้อหาและความเป็นส่วนตัว > การซื้อสินค้าใน iTunes และ App Store > การซื้อภายในแอป > เลือก \"ไม่อนุญาต\"

💡
เคล็ดลับสำหรับผู้ปกครอง: หลีกเลี่ยงการผูกบัตรเครดิตถาวรไว้ในเครื่องของลูก แนะนำให้ใช้บัตรของขวัญแบบเติมเงินแทนเมื่อจำเป็น
05

บล็อกการติดตั้งแอปจากแหล่งที่ไม่รู้จัก (ไฟล์ APK)

⚠️ ความเสี่ยงไซเบอร์วิกฤต
❓ ทำไมข้อนี้ถึงสำคัญ?

เด็กๆ มักค้นหาเกมเวอร์ชันโกงหรือไฟล์ APK ดัดแปลงจากเว็บไซต์ภายนอก ซึ่งมากกว่า 90% มีมัลแวร์ โทรจัน หรือสปายแวร์แฝงอยู่

🤖

Android

การตั้งค่า > แอป > การเข้าถึงพิเศษของแอป > \"ติดตั้งแอปที่ไม่รู้จัก\" > ตรวจสอบให้แน่ใจว่า Chrome และแอปจัดการไฟล์ตั้งเป็น \"ไม่อนุญาต\"

🍏

iPhone (iOS)

ตรวจสอบใน การตั้งค่า > ทั่วไป > การจัดการ VPN และอุปกรณ์ ว่าไม่มีโปรไฟล์องค์กรหรือใบรับรองแปลกปลอมติดตั้งอยู่

💡
เคล็ดลับสำหรับผู้ปกครอง: เปิดใช้งาน Google Play Protect ในแอป Play Store อยู่เสมอเพื่อสแกนความปลอดภัยเป็นประจำ
06

จำกัดการมองเห็นของ AirDrop, Quick Share และ Bluetooth

⚠️ ความเสี่ยงการคุกคามทางไซเบอร์
❓ ทำไมข้อนี้ถึงสำคัญ?

ในรถประจำทางหรือห้างสรรพสินค้า คนแปลกหน้าอาจส่งภาพที่ไม่เหมาะสมหรือลิงก์อันตรายมายังหน้าจอของเด็กโดยตรง (Cyber-flashing)

🤖

Android

การตั้งค่า > อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ > Quick Share > \"บุคคลที่สามารถแชร์กับคุณได้\" > ตั้งเป็น \"เฉพาะผู้ติดต่อ\" หรือ \"อุปกรณ์ของคุณ\"

🍏

iPhone (iOS)

การตั้งค่า > ทั่วไป > AirDrop > เลือก \"เฉพาะรายชื่อเท่านั้น\" หรือ \"ปิดการรับ\" อย่าเปิดเป็น \"ทุกคน\" ทิ้งไว้

💡
เคล็ดลับสำหรับผู้ปกครอง: สร้างนิสัยปิด Bluetooth เมื่ออยู่นอกบ้าน เว้นแต่เมื่อใช้งานหูฟังส่วนตัว
07

เปิดใช้งาน SafeSearch และตัวกรองเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่

⚠️ ความเสี่ยงจากเนื้อหาไม่เหมาะสม
❓ ทำไมข้อนี้ถึงสำคัญ?

แม้ในการค้นหาข้อมูลทำการบ้าน การพิมพ์คำผิดเพียงเล็กน้อยอาจทำให้เด็กพบเจอสื่อลามกหรือเนื้อหาความรุนแรงโดยไม่ได้ตั้งใจ

🤖

Android

แอป Google > รูปโปรไฟล์ > การตั้งค่า > SafeSearch > เลือก \"กรอง\" ใน Chrome ให้เปิดการป้องกันระดับสูงใน ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย

🍏

iPhone (iOS)

การตั้งค่า > เวลาหน้าจอ > การจำกัดเนื้อหาและความเป็นส่วนตัว > การจำกัดเนื้อหา > เนื้อหาเว็บ > เลือก \"จำกัดเว็บไซต์สำหรับผู้ใหญ่\"

💡
เคล็ดลับสำหรับผู้ปกครอง: SafeSearch ของเบราว์เซอร์อาจถูกข้ามได้ในโหมดไม่ระบุตัวตน ควรผสานการทำงานกับเกราะป้องกัน AI ของ SmartFamilyEye
08

ซ่อนการแสดงตัวอย่างการแจ้งเตือนบนหน้าจอล็อก

⚠️ ความเป็นส่วนตัวและการหลอกลวง
❓ ทำไมข้อนี้ถึงสำคัญ?

ข้อความแจ้งเตือนบนหน้าจอล็อกจะเปิดเผยบทสนทนาส่วนตัวและรหัส OTP ทาง SMS ให้คนที่อยู่รอบข้างมองเห็นได้ทันที

🤖

Android

การตั้งค่า > การแจ้งเตือน > การแจ้งเตือนบนหน้าจอล็อก > เลือก \"ซ่อนเนื้อหาที่ละเอียดอ่อน\"

🍏

iPhone (iOS)

การตั้งค่า > การแจ้งเตือน > แสดงตัวอย่าง > เลือก \"เมื่อไม่ได้ล็อก\"

💡
เคล็ดลับสำหรับผู้ปกครอง: วิธีนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีใครแอบอ่านข้อความส่วนตัวได้ในขณะที่วางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะ
09

ปิดการติดตามโฆษณาเฉพาะบุคคลและการจัดทำโปรไฟล์

⚠️ ความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัว
❓ ทำไมข้อนี้ถึงสำคัญ?

เครือข่ายโฆษณาจะติดตามพฤติกรรมการค้นหาและการดูวิดีโอของเด็กเพื่อสร้างโปรไฟล์และส่งโฆษณาที่ชักจูงใจมาให้

🤖

Android

การตั้งค่า > ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว > ความเป็นส่วนตัว > การตั้งค่าความเป็นส่วนตัวอื่นๆ > โฆษณา > กด \"ลบรหัสโฆษณา\"

🍏

iPhone (iOS)

การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย > การติดตาม > ปิด \"อนุญาตให้แอปขอติดตาม\" และปิดโฆษณาตามความสนใจของ Apple

💡
เคล็ดลับสำหรับผู้ปกครอง: การปิดการติดตามช่วยปกป้องข้อมูลส่วนตัวของลูกและลดโฆษณาที่กวนใจได้อย่างมาก
10

ตรวจสอบการสำรองข้อมูลบนคลาวด์และอัลบั้มที่แชร์

⚠️ ความเสี่ยงข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล
❓ ทำไมข้อนี้ถึงสำคัญ?

การซิงค์รูปภาพทุกรูปขึ้นคลาวด์หรืออัลบั้มที่แชร์สู่สาธารณะโดยอัตโนมัติอาจทำให้ภาพส่วนตัวถูกเปิดเผยโดยไม่เจตนา

🤖

Android

Google Photos > โปรไฟล์ > การตั้งค่ารูปภาพ > การสำรองข้อมูล > ตรวจสอบโฟลเดอร์ของอุปกรณ์และปิดโฟลเดอร์ที่ไม่จำเป็น

🍏

iPhone (iOS)

การตั้งค่า > รูปภาพ > ตรวจสอบ \"อัลบั้มที่แชร์\" และ \"รูปภาพ iCloud\" ปฏิเสธคำเชิญอัลบั้มจากอีเมลที่ไม่รู้จัก

💡
เคล็ดลับสำหรับผู้ปกครอง: ตรวจสอบให้แน่ใจว่ารหัสผ่านคลาวด์มีความรัดกุมและเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบ 2 ขั้นตอน (2FA)
11

ข้อมูลฉุกเฉิน (ICE) และ Medical ID บนหน้าจอล็อก

⚠️ ความปลอดภัยทางกายภาพ
❓ ทำไมข้อนี้ถึงสำคัญ?

หากเด็กพลัดหลง ประสบอุบัติเหตุ หรือทำโทรศัพท์หาย ผู้ช่วยเหลือต้องสามารถโทรหาผู้ปกครองได้โดยไม่ต้องปลดล็อกหน้าจอ

🤖

Android

การตั้งค่า > ความปลอดภัยและเหตุฉุกเฉิน > ข้อมูลทางการแพทย์และผู้ติดต่อฉุกเฉิน > เพิ่มเบอร์พ่อแม่ และเปิด \"แสดงบนหน้าจอล็อก\"

🍏

iPhone (iOS)

แอปสุขภาพ (Health) > โปรไฟล์ > ข้อมูลประจำตัวทางการแพทย์ > แก้ไข > เพิ่มผู้ติดต่อฉุกเฉิน และเปิด \"แสดงขณะล็อกอยู่\"

💡
เคล็ดลับสำหรับผู้ปกครอง: ทดสอบโดยการล็อกหน้าจอแล้วแตะปุ่ม \"ฉุกเฉิน\" เพื่อดูว่าเบอร์โทรของผู้ปกครองแสดงขึ้นมาถูกต้องหรือไม่
12

เกราะป้องกันอัจฉริยะครบวงจร SmartFamilyEye 360°

⚠️ การคุ้มครองแบบองค์รวม
❓ ทำไมข้อนี้ถึงสำคัญ?

การตั้งค่าของระบบอาจถูกเด็กที่เชี่ยวชาญเทคโนโลยีแอบแก้ไขตามคลิปสอนบนอินเทอร์เน็ต SmartFamilyEye จึงมอบเกราะป้องกันที่ปลอดภัยและป้องกันการแก้ไข

🤖

Android

ติดตั้ง SmartFamilyEye เปิดสิทธิ์ผู้ดูแลอุปกรณ์และการเข้าถึง จากนั้นเปิดโหมดความปลอดภัยป้องกันการถอนการติดตั้ง

🍏

iPhone (iOS)

เชื่อมต่ออุปกรณ์ผ่านแดชบอร์ดผู้ปกครองของ SmartFamilyEye เพื่อจัดการตำแหน่งเรียลไทม์ ขอบเขตปลอดภัย และการบล็อกแอปในที่เดียว

💡
เคล็ดลับสำหรับผู้ปกครอง: SmartFamilyEye จะแจ้งเตือนผู้ปกครองทันทีหากตรวจพบความพยายามในการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าความปลอดภัย
รายการตรวจสอบด่วน

คะแนนความปลอดภัยสำหรับผู้ปกครองใน 15 นาที

หยิบโทรศัพท์ของลูกขึ้นมาและตรวจสอบทั้ง 12 ข้อนี้ อุปกรณ์ที่ได้คะแนน 12/12 เต็มจะได้รับการปกป้องอย่างสมบูรณ์แบบ

✅ ตั้งรหัสล็อกหน้าจอ 6 หลักที่คาดเดายากและเป็นความลับแล้วหรือยัง?
✅ เพิกถอนสิทธิ์กล้องและไมโครโฟนที่ไม่จำเป็นแล้วหรือยัง?
✅ ปิดแท็กพิกัด GPS ในกล้องถ่ายรูป (EXIF) แล้วหรือยัง?
✅ บังคับใช้รหัสผ่านหรือไบโอเมตริกสำหรับการซื้อในสโตร์ทุกครั้งแล้วหรือยัง?
✅ บล็อกการติดตั้งแอปจากภายนอกหรือไฟล์ APK แล้วหรือยัง?
✅ จำกัด AirDrop / Quick Share ให้เฉพาะผู้ติดต่อหรือปิดแล้วหรือยัง?
✅ เปิดใช้งาน Google SafeSearch และตัวกรองเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่แล้วหรือยัง?
✅ ซ่อนการแสดงตัวอย่างข้อความบนหน้าจอล็อกแล้วหรือยัง?
✅ ลบรหัสโฆษณาและปิดการติดตามเฉพาะบุคคลแล้วหรือยัง?
✅ ตรวจสอบการสำรองข้อมูลบนคลาวด์และอัลบั้มที่แชร์แล้วหรือยัง?
✅ ตั้งค่าผู้ติดต่อฉุกเฉิน (ICE) ให้แสดงบนหน้าจอล็อกแล้วหรือยัง?
✅ เปิดใช้งานเกราะป้องกันความปลอดภัยอัจฉริยะ SmartFamilyEye แล้วหรือยัง?
เทคโนโลยีความปลอดภัย SMARTFAMILYEYE

เหนือกว่าการตั้งค่าทั่วไป: ทำไมต้องเลือก SmartFamilyEye?

การตั้งค่าเครื่องเป็นก้าวแรกที่ดี แต่เด็กๆ มักหาวิธีหลบเลี่ยงได้เสมอ SmartFamilyEye มอบการปกป้องที่ทำงานอัตโนมัติและป้องกันการดัดแปลง เพื่อปิดทุกช่องโหว่อย่างแท้จริง

🛡️

ระบบป้องกันการลบหรือดัดแปลงแอป

ต้องใช้รหัสผ่านของผู้ปกครองในการลบ และแจ้งเตือนทันทีหากมีความพยายามปิดสิทธิ์ของระบบ

🛡️

เกราะป้องกันเว็บและโซเชียลด้วย AI

บล็อกเว็บไซต์ไม่เหมาะสม การกลั่นแกล้งบนไซเบอร์ และลิงก์อันตรายแบบเรียลไทม์ แม้ในโหมดไม่ระบุตัวตน

🛡️

ขอบเขตปลอดภัยและตำแหน่งเรียลไทม์

แจ้งเตือนทันทีเมื่อลูกเดินทางถึงหรือออกจากโรงเรียน บ้าน หรือพื้นที่ปลอดภัยที่กำหนด

🛡️

เรดาร์ตรวจจับภัยคุกคามตลอด 24 ชั่วโมง

ตรวจจับแอปใหม่ที่น่าสงสัยและพฤติกรรมการใช้งานตอนกลางคืน พร้อมรายงานสรุปที่เข้าใจง่าย

คำถามที่พบบ่อย

ข้อสงสัยที่พบบ่อยเกี่ยวกับความปลอดภัยมือถือเด็ก

❓ การตั้งค่าทั้ง 12 ข้อนี้จะทำให้โทรศัพท์ช้าลงหรือเปลืองแบตเตอรี่หรือไม่?

ตรงกันข้ามเลย! การปิดการดึงพิกัดตำแหน่งในเบื้องหลัง การแอบฟังไมโครโฟน และตัวติดตามโฆษณาจะช่วยประหยัดแบตเตอรี่และทำให้เครื่องทำงานได้เร็วขึ้น

❓ ลูกจะสามารถเข้าไปเปลี่ยนการตั้งค่าเหล่านี้กลับเองได้หรือไม่?

หากไม่มีรหัสผ่านควบคุมของผู้ปกครอง เด็กอาจเข้าไปเปิดสิทธิ์เองได้ แต่เมื่อติดตั้ง SmartFamilyEye ระบบจะล็อกการตั้งค่าและแจ้งเตือนผู้ปกครองทันทีที่มีการเปลี่ยนแปลง

❓ ถ้าปิดพิกัดตำแหน่งของกล้อง ผู้ปกครองจะยังสามารถค้นหาตำแหน่งของลูกในกรณีฉุกเฉินได้หรือไม่?

ยังค้นหาได้ตามปกติ การปิดแท็กตำแหน่งรูปถ่ายไม่ส่งผลต่อแอปความปลอดภัย SmartFamilyEye ใช้ช่องทาง GPS เข้ารหัสเฉพาะของครอบครัวเพื่อระบุตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ

❓ การตรวจสอบและตั้งค่าทั้งหมด 12 ข้อนี้ใช้เวลานานเท่าใด?

เมื่อทำตามขั้นตอนในคู่มือนี้ จะใช้เวลาเพียง 10 ถึง 15 นาทีเท่านั้นทั้งบน Android และ iPhone ขอแนะนำให้ชวนลูกมานั่งทำด้วยกันเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจ

🚀 SMARTFAMILYEYE

สร้างความปลอดภัยให้สมาร์ทโฟนของลูกใน 15 นาที

ปิดช่องโหว่ความปลอดภัย เปิดใช้งานเกราะคุ้มครอง 360° ของ SmartFamilyEye ไร้บิลแอบแฝง ไร้การรั่วไหลของตำแหน่ง พร้อมความสุขในครอบครัวยุคดิจิทัล